ความปลอดภัยทางเคมี

1. สัญลักษณ์ความเป็นอันตราย (Hazard Pictograms)

ก่อนเริ่มทำปฏิบัติการ เราต้องอ่านฉลากสารเคมีให้เข้าใจ ซึ่งระบบที่นิยมใช้กันทั่วโลกมี 2 ระบบหลัก คือ:

⚠️ ระบบ GHS (Globally Harmonized System)

แสดงในกรอบ สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสีแดง พื้นสีขาว รูปสัญลักษณ์สีดำ เช่น:

  • รูปเปลวไฟ: สารไวไฟ (Flammable)

  • รูปหัวกะโหลกไขว้: สารพิษเฉียบพลัน (Acute Toxicity)

  • รูปสารกัดกร่อน (หลอดทดลองหยดใส่ผิวหนัง/วัตถุ): สารกัดกร่อน (Corrosive)

  • รูปเครื่องหมายตกใจ: สารระคายเคือง (Irritant)

  • รูปต้นไม้และปลาตาย: สารที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

ระบบ GHS

💎 ระบบ NFPA 704 (National Fire Protection Association)

ใช้สัญลักษณ์ รูปเพชร 4 สี เพื่อระบุความเสี่ยงต่ออัคคีภัย โดยใช้ตัวเลข 0 (ปลอดภัย) ถึง 4 (อันตรายรุนแรงที่สุด) ในการบอกระดับ:

  • สีน้ำเงิน (ซ้าย): อันตรายต่อสุขภาพ (Health Hazard)

  • สีแดง (บน): ความไวไฟ (Flammability)

  • สีเหลือง (ขวา): ความไวต่อปฏิกิริยาเคมี (Instability/Reactivity)

  • สีขาว (ล่าง): ข้อมูลเตือนภัยพิเศษ (Special Hazard) เช่น $W$ มีขีดฆ่า แปลว่าห้ามโดนน้ำ หรือ OX แปลว่าเป็นสารออกซิไดซ์

ระบบ NFPA

2. ข้อปฏิบัติและการแต่งกายในห้องปฏิบัติการ

เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง มีกฎเหล็กที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด:

🥼 การแต่งกาย (PPE - Personal Protective Equipment)

  • ต้องสวม เสื้อคลุมปฏิบัติการ (เสื้อกาวน์) และติดกระดุมให้เรียบร้อยทุกเม็ด

  • ต้องสวม แว่นตานิรภัย (Goggles) ตลอดเวลาที่ทำแล็บ เพื่อป้องกันสารเคมีกระเด็นเข้าตา

  • สวม ถุงมือนิรภัย และ รองเท้าหุ้มส้น (ห้ามใส่รองเท้าแตะเด็ดขาด)

  • คนที่มีผมยาว ต้องรวบผมให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ผมสัมผัสเปลวไฟหรือสารเคมี

🚫 กฎพฤติกรรมในห้องแล็บ

  • ห้ามกินอาหารหรือดื่มน้ำ ในห้องแล็บเด็ดขาด

  • ห้ามชิม หรือดมสารเคมีโดยตรง หากต้องการดมกลิ่น ให้ใช้มือพัดโบกกลิ่นเข้าหาจมูกเบา ๆ

  • ไม่เล่นหรือหยอกล้อกันขณะทำปฏิบัติการ

3. การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

หากเกิดเหตุสุดวิสัย ให้ตั้งสติและปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:

  • สารเคมีถูกผิวหนัง: ให้รีบล้างน้ำสะอาดปริมาณมากๆ ผ่านบริเวณที่โดนสารเคมีอย่างน้อย 15 นาที (หากเปื้อนเสื้อผ้าให้ถอดเสื้อผ้าชิ้นนั้นออกก่อน)

  • สารเคมีเข้าตา: ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันที โดยเปิดตาและปล่อยให้น้ำไหลผ่านตาจากหัวตาไปหางตา อย่างน้อย 15 นาที

  • สารเคมีหกเลอะพื้น:

    • หากเป็นกรด: ให้โรยสารที่เป็นเบสอ่อน เช่น โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต (เบกกิ้งโซดา) เพื่อสะเทินกรดก่อน แล้วจึงเช็ดล้าง

    • หากเป็นเบส: ให้โรยสารที่เป็นกรดอ่อน เช่น กรดแอซีติกเจือจาง (น้ำส้มสายชู) แล้วจึงเช็ดล้าง

  • โดนความร้อน/ไฟลวก: แช่น้ำเย็นหรือประคบน้ำแข็งจนหายปวดแสบปวดร้อน แล้วทายา

4. การกำจัดของเสียทางเคมี

เมื่อทดลองเสร็จแล้ว สารเคมีที่เหลือไม่สามารถเทรวมกันหรือเทลงอ่างน้ำได้ทั้งหมด ต้องแยกประเภทการทิ้งดังนี้:

  1. ของเสียที่ทิ้งลงซิงค์น้ำได้: ต้องเป็นสารละลายที่เป็นกลาง เจือจาง และไม่อันตราย (เช่น สารละลายเกลือแกง สารละลายน้ำตาล) หรือกรด-เบสที่ทำปฏิกิริยาสะเทินจนเป็นกลางแล้ว

  2. ของเสียที่ต้องทิ้งในภาชนะเฉพาะ:

    • สารละลายที่มีโลหะหนัก: ต้องเก็บรวบรวมในถังเก็บของเสียโลหะหนัก เพื่อนำไปบำบัด

    • สารทำละลายอินทรีย์ (เช่น อะซิโตน, แอลกอฮอล์): ต้องทิ้งในถังเก็บของเสียอินทรีย์ ห้ามทิ้งลงซิงค์เด็ดขาดเพราะอาจเกิดการติดไฟหรือส่งกลิ่นเป็นพิษในท่อระบายน้ำ

แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันศุกร์, 29 พฤษภาคม 2026, 1:28PM